“ดาบคู่” พร้อมหั่นศัตรูให้ขาดเป็นชิ้นๆ !

หลังจากที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจาก ‘ลีกวัน’ สู่ ‘ลีกแชมเปี้ยนชิพ’ เมื่อฤดูกาล 2017/18 ‘ดาบคู่’ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ภายใต้น้ำมือของกุนซือโนเนมอย่าง ‘คริส วิลเดอร์’ ก็สำแดงเดช พากันเลื่อนชั้นขึ้นมาสองฤดูกาลติดต่อกัน จนถึงจุดสูงสุดอย่าง ‘พรีเมียร์ลีก’ โดยเกมล่าสุด พวกเขายังเกือบส่งปีศาจแดงกลับหลุม หลังจากขึ้นนำก่อนถึง 2 ประตูแต่มาโดนยิงแซง 3 ประตูรวด และจบด้วยการยิงประตูตีเสมอ 3-3 ในช่วงทดเจ็บตามลำดับ

กุนซือวัย 52 กะรัต เข้ามาคุมทีมตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นก็ยังเป็นเพียงนักเตะธรรมดาๆคนนึง เรื่อยมาจนเป็นโค้ช ก็เป็นเพียงโค้ช ‘โนเนม’ ที่ไม่เคยผ่านการคุมทีมใหญ่มาสักจอก แต่กลับพาดาบคู่ ทะยานขึ้นเรื่อยๆณ เวลานี้ วิลเดอร์นั้นถือว่าเข้ามาผ่าตีดทีมน้อยมากๆ สวนทางกับผลงานที่ดีวันดีคืน

ไล่มาตั้งแต่แนวรับ กับผู้รักษาประตูมือ 1 ค่าตัว 0 ปอนด์ของทีมอย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ไปขอยืมตัวมาจากคู่แข่งร่วมลีกอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด โดยมือกาวสัญชาติอังกฤษ มีสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในแชมเปี้ยนชิพในซีซั่นก่อน นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ไหนจะเซ็นเตอร์แบคตัวเก๋าอย่างจาเกียลก้า ที่ยืนเป็นแนวรับ 3 ตัวร่วมกับ คริส บาชามและ แจ็ค โอคอนเนล ได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้ ดาบคู่นั้น เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับต้นๆของพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

หัวใจสำคัญในแดนกลางอย่าง โอลิเวอร์ นอร์วู้ด ผลผลิตจากอคาเดมี่ปีศาจแดงอีกราย ที่มีเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลและจำนวนการสร้างสรรค์เกมที่สุดยอด นอกจากนี้ นอร์วู้ดยังจัดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการพาทีมเลื่อนชั้นอีกด้วย เนื่องจากเขาเคยพาทั้ง ไบรจ์ตัน, ฟูแล่ม และล่าสุดเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพ ขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีก และแกนกลางตัวสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกหน่อเลยก็คือ จอห์น เฟล็ค ผู้ที่มีทักษะในการรังสรรค์เกมให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างสุดยอด

ในแดนหน้าก็มีผู้เล่นคีย์แมนของทีมอย่างเดวิด แม็คโกลริค ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และศูนย์หน้าวัยดึกอย่าง บิลลี่ ชาร์ป ที่ซัดไปถึง 23 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ในซีซั่นที่แล้ว และแน่นอน ส่วนผสมนี้คงจะไม่กลมกล่อมอย่างที่มันควรจะเป็น ถ้าขาดเชฟฝีมือดีอย่าง คริส วิลเดอร์ ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่เชฟฟิลด์จะมายืนตรงจุดนี้ได้

แน่นอนว่า การที่แข่งมาเกือบครึ่งทางแล้ว และยังยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างแน่นอน ต้องมาดูกันว่า เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดนั้น จะสามารถต้านทานแรงกดดันและรักษามาตรฐานได้มากน้อยแค่ไหน ในศึกที่ห้ำหั่นกันอย่างเข้มข้นอย่างพรีเมียร์ลีกนี้ เชื่อว่าหากสโมสร ได้มีการจัดการบริหารไปอย่างเป็นระบบระเบียบบนแนวทางที่ถูกต้องแล้วนั้น ดาบคู่ น่าจะยังคงอยู่บนลีกสูงสุดไปอีกนาน